^______________________________^

วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

การเมืองไทยในปัจจุบัน

การเมืองไทยในปัจจุบัน อยู่ในระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ และประชาธิปไตยระบบรัฐสภา ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประมุขของรัฐบาล และพระมหากษัตริย์ซึ่งทรงอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญเป็นประมุขแห่งรัฐ ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารถ่วงดุลอำนาจซึ่งกันและกัน ส่วนฝ่ายตุลาการเป็นอิสระจากอีกสองฝ่ายที่เหลือ การเลือกตั้งในประเทศส่วนใหญ่อยู่ในระบบหลายพรรค   



                
ฝ่ายบริหารมีนายกรัฐมนตรีเป็นประมุขแห่งอำนาจ ฝ่ายนิติบัญญัติของไทยอยู่ในระบบสภาคู่ แบ่งออกเป็นวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ฝ่ายตุลาการ มีศาลเป็นองค์กรบริหารอำนาจ เป็นองค์กรที่มีอำนาจพิพากษาคดีตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและกฎหมายไทย ส่วนใหญ่ ประเทศไทยมีระบบพรรคการเมืองอยู่ในระบบหลายพรรค กล่าวคือ ไม่มีพรรคการเมืองใดสามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้อย่างเด็ดขาด จึงต้องจัดตั้ง "รัฐบาลผสม" ปกครองประเทศ
ตั้งแต่โบราณกาล ราชอาณาจักรไทยอยู่ภายใต้ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช อย่างไรก็ตาม หลังจากการปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475 ประเทศไทยจึงอยู่ภายใต้การปกครองระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญเขียนฉบับแรกได้ถูกร่างขึ้น อย่างไรก็ตาม การเมืองไทยยังคงมีการต่อสู่ระหว่างกลุ่มการเมืองระหว่างอภิชนหัวสมัยเก่าและหัวสมัยใหม่ ข้าราชการ และนายพล ประเทศไทยมีการก่อรัฐประหารขึ้นหลายครั้ง ซึ่งมักเปลี่ยนแปลงให้ประเทศไทยอยู่ภายใต้อำนาจของคณะรัฐประหารชุดแล้วชุดเหล่า นับจนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญและกฎบัตรรวมแล้ว 18 ฉบับ (นับฉบับปัจจุบัน) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความไร้เสถียรภาพทางการเมืองอย่างสูง หลังจากรัฐประหารแต่ละครั้ง รัฐบาลทหารมักจะยกเลิกรัฐธรรมนูญที่มีอยู่เดิมและประกาศใช้กฎบัตรชั่วคราว





สภาวะโลกร้อน กับการลดโลกร้อนด้วยตัวเราเอง





ภาวะโลกร้อน
 (Global Warming)
หมายถึง การที่อุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศบนโลกสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอากาศบริเวณใกล้ผิวโลกและน้ำในมหาสมุทร ในช่วง 100 ปีที่ผ่านมาอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้นถึง 0.74 ± 0.18 องศาเซลเซียส และจากแบบจำลองการคาดคะเนภูมิอากาศพบว่าในปี พ.ศ. 2544 – 2643 อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกจะเพิ่มขึ้นถึง 1.1 ถึง 6.4 องศาเซลเซียส
สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนก็เพราะว่าก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้นจากการทำกิจกรรมต่างๆของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการเผาผลาญถ่านหินและเชื้อเพลิง รวมไปถึงสารเคมีที่มีส่วนผสมของก๊าซเรือนกระจกที่มนุษย์ใช้ และอื่นๆอีกมากมาย จึงทำให้ก๊าซเรือนกระจกเหล่านี้ลอยขึ้นไปรวมตัวกันอยู่บนชั้นบรรยากาศของโลก ทำให้รังสีของดวงอาทิตย์ที่ควรจะสะท้อนกลับออกไปในปริมาณที่เหมาะสม กลับถูกก๊าซเรือนกระจกเหล่านี้กักเก็บไว้ ทำให้อุณหภูมิของโลกค่อยๆสูงขึ้นจากเดิม
ผลกระทบของภาวะโลกร้อนนั้นก็มีให้เราเห็นกันอยู่บ่อยๆ สภาพลมฟ้าอากาศที่ผิดแปลกไปจากเดิม ภัยธรรมชาติที่รุนแรงมากขึ้น น้ำท่วม แผ่นดินไหว พายุที่รุนแรง อากาศที่ร้อนผิดปกติจนมีคนเสียชีวิต รวมไปถึงโรคระบาดชนิดใหม่ๆ หรือโรคระบาดที่เคยหายไปจากโลกนี้แล้วก็กลับมาให้เราได้เห็นใหม่ และพาหะนำโรคที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น
ช่วยโลกด้วยมือเรา


ในอนาคตคาดว่าผลกระทบของภาวะโลกร้อนจะรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆเราสามารถช่วยกันลดภาวะโลกร้อนได้หลายวิธี หลักๆก็เห็นจะเป็นการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าและประหยัด เพราะว่าพลังงานที่พวกเราใช้กันอยู่ทุกวันนี้กว่าจะมาถึงให้เราได้ใช้นั้น ต้องผ่านกระบวนการขั้นตอนในการผลิตมากมาย และแต่ละขั้นตอนก็จะทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกขึ้นมา เพราะฉะนั้นการลดใช้พลังงานก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ เช่น การปิดไฟเมื่อไม่ได้ใช้ การใช้น้ำอย่างประหยัด การใช้จักรยานแทนรถยนต์ในการเดินทางใกล้ๆ และอื่นๆอีกมากมาย

การปลูกต้นไม้ก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ อย่างที่เรารู้กันดีว่าในเวลากลางวัน ต้นไม้นั้นจะช่วยหายใจเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไป และหายใจออกมาเป็นก๊าซออกซิเจน เปรียบเสมือนเครื่องฟอกอากาศให้กับโลกของเราโดยแท้ แต่ทว่าปัจจุบันป่าไม้ถูกทำลายและมีจำนวนลดลงไปอย่างมาก ฉะนั้นถ้าเราทุกคนช่วยกันปลูกต้นไม้ ก็เหมือนกับช่วยเพิ่มเครื่องฟอกอากาศให้กับโลกของเรา

การเลี้ยงกระต่าย

    การเลี้ยงกระต่าย  

ส่วนอุปกรณ์ก็มี

1.กรง

2.ขวดน้ำ

3.จานใส่อาหาร

ส่วนอาหาร

1.หญ้าแพงโกล่า

2.อาหารเม็ด

หมายเหตุ  ขอแนะนำให้เลี้ยงด้วยอาหารเม็ดนะค่ะ

เพราะว่าเดี๋ยวนี้ผักส่วนใหญ่

ไม่ค่อยสะอาดมีแต่สารพิษ

และการเลือกอาหารเม็ดให้น้องกระต่ายก็

ถามจากเจ้าของร้านเลยค่ะ

เพราะว่าเคยซื้อกระต่ายจากตลาดคลองถมมา

แล้วให้กินอาหารแบบธรรมดา

แต่พอเอามาเลี้ยงที่บ้าน

อยากให้มันโตเร็ว  ๆ

และแข็งแรง  สุขภาพดี

แต่กลายเป็นว่า

อาหารแรงเกินไป

ทำให้มันท้องเสียอ่ะ

(ขนาดผสมกับอาหารตัวเก่า

อย่างที่เจ้าของร้านอาหารบอกเเล้วนะค่ะ)

จึงขอแนะนำให้เลี้ยงอาหารตาม

ร้านที่เขาให้อยู่อ่ะดีที่สุดค่ะ  มันเป็นแบบถุงเลย  แต่ละเม็ดเค้าจะมีส่วนผสมอยู่มันเป็นสารอาหารสำคัญสำหรับกระต่าย

แต่ไม่จำเป็นต้องละเอียดถึงขั้นยี่ห้อไหนนะค่ะ

แค่ถามเกรดของอาหารเขาก็พอ

แล้วมาหาซื้อแถวบ้านเอาก็ได้

ส่วนหญ้าให้ได้หมดค่ะ

ที่เป็นแพงโกล่า

แต่เลือกร้านที่สะอาด  ๆ  หน่อยก็ดีนะค่ะ

ทั้งร้านกระต่ายและร้านอาหารกระต่าย

ขอให้เลี้ยงกระต่ายอย่างมีความสุขนะค่ะ

       ส่วนกระต่ายของเจ้าของบล๊อค  มันชื่อ  น้องปิ๊กกะ  


                                      
ปิ๊กกะชอบกินขนมวอยซ์

ความสามารถพิเศษ  เปิดประตูเองได้

ชอบกระโดด บนอากาศ 3 ตลบ

^_____________^




การบริหาราชการไทยในปัจจุบัน

การบริหารราชการไทยในปัจจุบัน                 
                    
 ข้อเท็จจริง หลักการและทฤษฎีเกี่ยวกับการจัดระเบียบราชกา

โดยทั่วไปแล้วประเทศต่างๆ มีการจัดระเบียบการบริหารราชการออกเป็น 2 หลักการได้แก่
1.1 หลักการรวมอำนาจ(Centralization) ซึ่งเป็นหลักที่ใช้ในการบริหารราชการจากส่วนกลาง โดยอำนาจและความรับผิดชอบสูงสุดจึงอยู่กับผู้บริหารจากส่วนกลางได้แก่ คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง อธิบดี และข้าราชการตามลำดับชั้น อันได้แก่ กระทรวง ทบวง กรม ซึ่งยังสามารถแบ่งระเบียบการบริหารแยกย่อยได้อีกคือ
1.1.1)  หลักการแบ่งอำนาจ(Deconcentration) ซึ่งเป็นหลักการจัดการบริหารราชการส่วนภูมิภาค ใช้เมื่อมีความต้องการ หรือมีความจำเป็นที่ต้องแบ่งอำนาจการบริหารจากส่วนกลางไปยังตัวแทน(Agent) ซึ่งจะมีแนวโน้มหมดไปในไม่ช้าอันเนื่องจากกระแสประชาธิปไตยและกระแสการกระจายอำนาจ การบริหารแบบนี้ก็คือการบริหารโดยหลักการรวมอำนาจนั้นเอง เพียงแต่แบ่งพื้นที่ของประเทศออกเป็นส่วนๆ แล้วส่วนกลางก็ส่งเจ้าหน้าที่ ข้าราชการออกไปปฏิบัติราชการ โดยรับมอบอำนาจในการบริหารและจัดการแทนผู้บริหารจากส่วนกลาง
1.2 หลักการกระจายอำนาจ(Decentralization) เป็นการบริหารราชการโดยมอบอำนาจและให้อิสระไปยังองค์กรส่วนท้องถิ่นภายใต้อำนาจและหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดไว้ ได้แก่กรุงเทพมหานคร องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลและองค์การบริการส่วน-ตำบล เป็นต้น
การบริหารราชการในประเทศต่างๆ นั้นจะต้องจัดให้มีการบริหารทั้งสองหลักการควบคู่กันไปทั้งหลักการรวมอำนาจและการกระจายอำนาจ ตามความจำเป็นและความเหมาะสม

  1. การวิเคราะห์ และข้อคิดเห็นในการบริหารราชการ
หลักการบริหารราชการแบบรวมอำนาจ


ข้อดี
ข้อเสีย
1.     ทำให้การบริหารมีเอกภาพ ดำเนินนโยบายต่างๆ ไปในทิศทางเดียวกัน
2.     ง่ายต่อการรักษาความมั่นคงและความเรียบร้อยภายใน เนื่องจากมีการควบคุมบังคับบัญชาเป็นลำดับชั้น
3.     เป็นหลักที่เอื้อประโยชน์แก่ประชาชนในทุกพื้นที่โดยเท่าเทียมกันโดยไม่มีอคติ
4.     สามารถระดมทรัพยากร เครื่องมือ กำลังคนจากพื้นที่ต่างๆ ได้ง่าย และสามารถใช้ทรัพยากรเหล่านี้ร่วมกัน หรือสลับสับเปลี่ยนไปใช้ในพื้นที่ต่างๆ ตามความจำเป็น
1.     มีข้อจำกัด คือเหมาะสำหรับประเทศที่มีพื้นที่ไม่กว้างขวางใหญ่โตและเป็นประเทศที่มีความแตกต่างในด้านต่างๆ ไม่มากจนเกินไป
2.     กรณีที่ประเทศมีขนาดใหญ่ หรือมีความแตกต่างๆ ของปัญหาและประชากรมากก็จะทำให้ส่วนกลางรับภาระในการบริหารงานมากเกินไป เกิดความล่าช้า
3.     ไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนท้องถิ่น
4.     ส่วนกลางมีอำนาจมากเกินไป ผู้มีอำนาจอาจใช้อำนาจไปในทางที่ไม่เหมาะสม เช่น การทุจริตคอร์รัปชั่น- การรับสินบน เป็นต้น



ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ
1. ปฎิรูปโครงสร้างการบริหารจากส่วนกลาง
1.1 ลดและตัดทอนขั้นตอนดำเนินการให้น้อยที่สุด  แต่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
1.2 กระจายอำนาจให้องค์กรให้ชัดเจน ไม่ซ้ำซ้อน
1.3 บุคลากรให้เหมาะสม คุ้มค่า ตรงตามความถนัดและความสามารถ
1.4 กำหนดให้มีการตรวจสอบขั้นตอนดำเนินการให้ชัดเจน โปร่งใส บริสุทธิ์และยุติธรรม
1.5 กำหนดให้มีการประเมินและพัฒนาคุณภาพองค์กรอย่างสม่ำเสมอ
2. สร้างแนวนโยบายที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม แก้ปัญหาได้ชัดเจน ตรงจุด
        2.1 มีประชาพิจารณ์ รับฟังความเห็น ศึกษาความเป็นไปของชุมชนอย่างต่อเนื่อง
    2.2 ใช้ประโยชน์จากการสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรให้มีคุณค่า โดยประมวลแนวคิดจากผู้แทนราษฏร จากวุฒิสภา ตลอดจน รับฟังแนวคิด ข้อเท็จจริงจากคณะกรรมการธิการฝ่ายต่างๆ  เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา และการพัฒนาที่ยั่งยืน
3. รัฐโดยฝ่ายบริหารต้องก้าวสู่ความเป็นรัฐธรรมานุบาล การพัฒนาประเทศชาติสู่ความเจริญ สมควรอย่างยิ่งที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งศีลธรรม จริยธรรม และความชอบธรรม โดยตั้งอยู่บนความผาสุก สันติสุขของประเทศชาติโดยรวม ทั้งส่งเสริม สนับสนุนสถาบันครอบครัว สถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมปลูกฝังความรักชาติ ความเสียสละให้กับเยาวชน ตลอดจนประชาชนทุกๆคน

หลักการบริหารราชการแบบแบ่งอำนาจ


ข้อดี
ข้อเสีย
1.     บริการประชาชนได้รวดเร็วขึ้น
2.     ให้บริการ และจัดการได้อย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน
3.     ส่วนกลางสามารถสั่งการ เปลี่ยนแปลงนโยบาย ตลอดจนสามารถวางแนวทางการปฏิบัติต่างๆ ได้โดยง่าย และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
4.     ตรวจสอบ เพิกถอนอำนาจทำได้ง่ายและมีผลเสียหายไม่มากนัก เนื่องจาก มีการบริหารงานเป็นชั้นๆ  ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ยังต้องฟังคำสั่งจากส่วนกลางเสมอ
1.     การบริการและการแก้ปัญหายังไม่ตรงต่อความต้องการ และไม่สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่นเท่าที่ควร
2.     ยังมีการทุจริตคอร์รัปชั่น ตลอดจนการเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องอยู่เนืองๆ แม้ไม่เสียหายเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกับในระดับชาติ แต่ก็นับว่าเป็นอุปสรรค์ต่อการพัฒนา
3.     ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ อาจไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชนในท้องถิ่น โดยเฉพาะท้องถิ่นที่มีความแตกต่างทางศาสนา วัฒนธรรม และการดำรงชีวิต เช่น 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นต้น


ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ
1.     ควรปรับลดการบริหารแบบแบ่งอำนาจเข้าสู่การบริหารแบบกระจายอำนาจ ซึ่งได้ประโยชน์ต่อชุมชนมากกว่า
2.     ปรับบทบาทของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ให้มีบทบาทในแง่ของการสนับสนุน แนะนำเป็นพี่เลี้ยงของระบบบริหารแบบกระจายอำนาจ มากกว่าการใช้อำนาจบริหารโดยตรง ทั้งฝึกอบรมให้ความรู้กับชุมชนและผู้นำชุมชนท้องถิ่น

หลักการบริหารราชการแบบกระจายอำนาจ


ข้อดี
ข้อเสีย
1.     เกิดความคล่องตัว สามารถตอบสนองความต้องการของแต่ละชุมชน อย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องต่อปัญหาได้รวดเร็วที่สุด
2.     แบ่งเบาภาระจากส่วนกลาง ทั้งการบริหาร จัดการและการแก้ปัญหา
3.     เป็นการส่งเสริมการปกครองโดยระบบประชาธิปไตย ทั้งสร้างรากฐาน แนวคิด และเปิดโอกาสให้ชุมชนได้บริหารและปกครองตนเอง
4.     ชุมชนได้รับประโยชน์สูงสุด
1.     ผู้บริหารขาดความรู้ความสามารถและประสบการณ์ให้การบริหารองค์กร
2.     หากท้องถิ่นมีความแตกต่างกันมาก
2.1  เกิดความขัดแย้ง ไม่สามารถประสานงาน ปฏิบัติต่อนโยบายของส่วนกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2.2  สิ้นเปลืองงบประมาณ อันเนื่องจากความแตกต่าง
3.     เกิดความซ้ำซ้อนในแง่การบริหารงาน เช่น กรรมการ อ.บ.ต.ก็ยังคงเป็นกรรมการในเทศบาล ตำบล หรือหมู่บ้าน ทำให้เกิดความซ้ำซาก ตลอดจนใช้อำนาจไปในทางไม่เหมาะสม


  
ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ
1.     การพัฒนาบุคลากรท้องถิ่นในชุมชนเป็นปัจจัยสำคัญ ที่จะสามารถนำองค์กรท้องถิ่น จึงควรสร้างสถาบันหรือโรงเรียนผู้นำที่ช่วยฝึกอบรม ให้ผู้นำชุมชนพัฒนาตนเอง เกิดความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาตนเอง ให้นำชุมชนได้ด้วยดี
2.     แบ่งแยก จัดระเบียบให้ชัดเจน ไม่ซ้ำซ้อน ให้โอกาสกับประชาชนเข้าร่วมพัฒนาท้องถิ่นของตน ทั้งกระจายหน้าที่ ความรับผิดชอบ โดยทั่วถึง ให้ชุมชนเข้มแข็ง โดยเริ่มต้นตั้งแต่สถาบันครอบครัว
3.     สนับสนุนให้ใช้ และพัฒนาภูมิปัญญาพื้นบ้าน ส่งเสริมและหาช่องทางให้ชุมชน เลี้ยงตนเองได้
4.     นำเทคโนโลยีสารสนเทศสู่ชุมชน ให้มีแผนงาน เป้าหมายให้ชุมชนประยุกต์เทคโนโลยีเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยส่วนกลางคอยเป็นที่ปรึกษา โดยอาจตั้งหน่วยงานคอยสนับสนุนเป็นที่ปรึกษา
5.     เปิดโอกาสให้แต่ละชุมชนได้เรียนรู้วัฒนธรรมถิ่น แลกเปลี่ยนสินค้าระดับปฐมภูมิ มีกิจกรรมร่วมกันอย่างต่อเนื่อง 

-,.- mr.simple