^______________________________^

วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

การบริหาราชการไทยในปัจจุบัน

การบริหารราชการไทยในปัจจุบัน                 
                    
 ข้อเท็จจริง หลักการและทฤษฎีเกี่ยวกับการจัดระเบียบราชกา

โดยทั่วไปแล้วประเทศต่างๆ มีการจัดระเบียบการบริหารราชการออกเป็น 2 หลักการได้แก่
1.1 หลักการรวมอำนาจ(Centralization) ซึ่งเป็นหลักที่ใช้ในการบริหารราชการจากส่วนกลาง โดยอำนาจและความรับผิดชอบสูงสุดจึงอยู่กับผู้บริหารจากส่วนกลางได้แก่ คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง อธิบดี และข้าราชการตามลำดับชั้น อันได้แก่ กระทรวง ทบวง กรม ซึ่งยังสามารถแบ่งระเบียบการบริหารแยกย่อยได้อีกคือ
1.1.1)  หลักการแบ่งอำนาจ(Deconcentration) ซึ่งเป็นหลักการจัดการบริหารราชการส่วนภูมิภาค ใช้เมื่อมีความต้องการ หรือมีความจำเป็นที่ต้องแบ่งอำนาจการบริหารจากส่วนกลางไปยังตัวแทน(Agent) ซึ่งจะมีแนวโน้มหมดไปในไม่ช้าอันเนื่องจากกระแสประชาธิปไตยและกระแสการกระจายอำนาจ การบริหารแบบนี้ก็คือการบริหารโดยหลักการรวมอำนาจนั้นเอง เพียงแต่แบ่งพื้นที่ของประเทศออกเป็นส่วนๆ แล้วส่วนกลางก็ส่งเจ้าหน้าที่ ข้าราชการออกไปปฏิบัติราชการ โดยรับมอบอำนาจในการบริหารและจัดการแทนผู้บริหารจากส่วนกลาง
1.2 หลักการกระจายอำนาจ(Decentralization) เป็นการบริหารราชการโดยมอบอำนาจและให้อิสระไปยังองค์กรส่วนท้องถิ่นภายใต้อำนาจและหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดไว้ ได้แก่กรุงเทพมหานคร องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลและองค์การบริการส่วน-ตำบล เป็นต้น
การบริหารราชการในประเทศต่างๆ นั้นจะต้องจัดให้มีการบริหารทั้งสองหลักการควบคู่กันไปทั้งหลักการรวมอำนาจและการกระจายอำนาจ ตามความจำเป็นและความเหมาะสม

  1. การวิเคราะห์ และข้อคิดเห็นในการบริหารราชการ
หลักการบริหารราชการแบบรวมอำนาจ


ข้อดี
ข้อเสีย
1.     ทำให้การบริหารมีเอกภาพ ดำเนินนโยบายต่างๆ ไปในทิศทางเดียวกัน
2.     ง่ายต่อการรักษาความมั่นคงและความเรียบร้อยภายใน เนื่องจากมีการควบคุมบังคับบัญชาเป็นลำดับชั้น
3.     เป็นหลักที่เอื้อประโยชน์แก่ประชาชนในทุกพื้นที่โดยเท่าเทียมกันโดยไม่มีอคติ
4.     สามารถระดมทรัพยากร เครื่องมือ กำลังคนจากพื้นที่ต่างๆ ได้ง่าย และสามารถใช้ทรัพยากรเหล่านี้ร่วมกัน หรือสลับสับเปลี่ยนไปใช้ในพื้นที่ต่างๆ ตามความจำเป็น
1.     มีข้อจำกัด คือเหมาะสำหรับประเทศที่มีพื้นที่ไม่กว้างขวางใหญ่โตและเป็นประเทศที่มีความแตกต่างในด้านต่างๆ ไม่มากจนเกินไป
2.     กรณีที่ประเทศมีขนาดใหญ่ หรือมีความแตกต่างๆ ของปัญหาและประชากรมากก็จะทำให้ส่วนกลางรับภาระในการบริหารงานมากเกินไป เกิดความล่าช้า
3.     ไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนท้องถิ่น
4.     ส่วนกลางมีอำนาจมากเกินไป ผู้มีอำนาจอาจใช้อำนาจไปในทางที่ไม่เหมาะสม เช่น การทุจริตคอร์รัปชั่น- การรับสินบน เป็นต้น



ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ
1. ปฎิรูปโครงสร้างการบริหารจากส่วนกลาง
1.1 ลดและตัดทอนขั้นตอนดำเนินการให้น้อยที่สุด  แต่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
1.2 กระจายอำนาจให้องค์กรให้ชัดเจน ไม่ซ้ำซ้อน
1.3 บุคลากรให้เหมาะสม คุ้มค่า ตรงตามความถนัดและความสามารถ
1.4 กำหนดให้มีการตรวจสอบขั้นตอนดำเนินการให้ชัดเจน โปร่งใส บริสุทธิ์และยุติธรรม
1.5 กำหนดให้มีการประเมินและพัฒนาคุณภาพองค์กรอย่างสม่ำเสมอ
2. สร้างแนวนโยบายที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม แก้ปัญหาได้ชัดเจน ตรงจุด
        2.1 มีประชาพิจารณ์ รับฟังความเห็น ศึกษาความเป็นไปของชุมชนอย่างต่อเนื่อง
    2.2 ใช้ประโยชน์จากการสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรให้มีคุณค่า โดยประมวลแนวคิดจากผู้แทนราษฏร จากวุฒิสภา ตลอดจน รับฟังแนวคิด ข้อเท็จจริงจากคณะกรรมการธิการฝ่ายต่างๆ  เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา และการพัฒนาที่ยั่งยืน
3. รัฐโดยฝ่ายบริหารต้องก้าวสู่ความเป็นรัฐธรรมานุบาล การพัฒนาประเทศชาติสู่ความเจริญ สมควรอย่างยิ่งที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งศีลธรรม จริยธรรม และความชอบธรรม โดยตั้งอยู่บนความผาสุก สันติสุขของประเทศชาติโดยรวม ทั้งส่งเสริม สนับสนุนสถาบันครอบครัว สถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมปลูกฝังความรักชาติ ความเสียสละให้กับเยาวชน ตลอดจนประชาชนทุกๆคน

หลักการบริหารราชการแบบแบ่งอำนาจ


ข้อดี
ข้อเสีย
1.     บริการประชาชนได้รวดเร็วขึ้น
2.     ให้บริการ และจัดการได้อย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน
3.     ส่วนกลางสามารถสั่งการ เปลี่ยนแปลงนโยบาย ตลอดจนสามารถวางแนวทางการปฏิบัติต่างๆ ได้โดยง่าย และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
4.     ตรวจสอบ เพิกถอนอำนาจทำได้ง่ายและมีผลเสียหายไม่มากนัก เนื่องจาก มีการบริหารงานเป็นชั้นๆ  ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ยังต้องฟังคำสั่งจากส่วนกลางเสมอ
1.     การบริการและการแก้ปัญหายังไม่ตรงต่อความต้องการ และไม่สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่นเท่าที่ควร
2.     ยังมีการทุจริตคอร์รัปชั่น ตลอดจนการเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องอยู่เนืองๆ แม้ไม่เสียหายเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกับในระดับชาติ แต่ก็นับว่าเป็นอุปสรรค์ต่อการพัฒนา
3.     ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ อาจไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชนในท้องถิ่น โดยเฉพาะท้องถิ่นที่มีความแตกต่างทางศาสนา วัฒนธรรม และการดำรงชีวิต เช่น 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นต้น


ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ
1.     ควรปรับลดการบริหารแบบแบ่งอำนาจเข้าสู่การบริหารแบบกระจายอำนาจ ซึ่งได้ประโยชน์ต่อชุมชนมากกว่า
2.     ปรับบทบาทของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ให้มีบทบาทในแง่ของการสนับสนุน แนะนำเป็นพี่เลี้ยงของระบบบริหารแบบกระจายอำนาจ มากกว่าการใช้อำนาจบริหารโดยตรง ทั้งฝึกอบรมให้ความรู้กับชุมชนและผู้นำชุมชนท้องถิ่น

หลักการบริหารราชการแบบกระจายอำนาจ


ข้อดี
ข้อเสีย
1.     เกิดความคล่องตัว สามารถตอบสนองความต้องการของแต่ละชุมชน อย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องต่อปัญหาได้รวดเร็วที่สุด
2.     แบ่งเบาภาระจากส่วนกลาง ทั้งการบริหาร จัดการและการแก้ปัญหา
3.     เป็นการส่งเสริมการปกครองโดยระบบประชาธิปไตย ทั้งสร้างรากฐาน แนวคิด และเปิดโอกาสให้ชุมชนได้บริหารและปกครองตนเอง
4.     ชุมชนได้รับประโยชน์สูงสุด
1.     ผู้บริหารขาดความรู้ความสามารถและประสบการณ์ให้การบริหารองค์กร
2.     หากท้องถิ่นมีความแตกต่างกันมาก
2.1  เกิดความขัดแย้ง ไม่สามารถประสานงาน ปฏิบัติต่อนโยบายของส่วนกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2.2  สิ้นเปลืองงบประมาณ อันเนื่องจากความแตกต่าง
3.     เกิดความซ้ำซ้อนในแง่การบริหารงาน เช่น กรรมการ อ.บ.ต.ก็ยังคงเป็นกรรมการในเทศบาล ตำบล หรือหมู่บ้าน ทำให้เกิดความซ้ำซาก ตลอดจนใช้อำนาจไปในทางไม่เหมาะสม


  
ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ
1.     การพัฒนาบุคลากรท้องถิ่นในชุมชนเป็นปัจจัยสำคัญ ที่จะสามารถนำองค์กรท้องถิ่น จึงควรสร้างสถาบันหรือโรงเรียนผู้นำที่ช่วยฝึกอบรม ให้ผู้นำชุมชนพัฒนาตนเอง เกิดความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาตนเอง ให้นำชุมชนได้ด้วยดี
2.     แบ่งแยก จัดระเบียบให้ชัดเจน ไม่ซ้ำซ้อน ให้โอกาสกับประชาชนเข้าร่วมพัฒนาท้องถิ่นของตน ทั้งกระจายหน้าที่ ความรับผิดชอบ โดยทั่วถึง ให้ชุมชนเข้มแข็ง โดยเริ่มต้นตั้งแต่สถาบันครอบครัว
3.     สนับสนุนให้ใช้ และพัฒนาภูมิปัญญาพื้นบ้าน ส่งเสริมและหาช่องทางให้ชุมชน เลี้ยงตนเองได้
4.     นำเทคโนโลยีสารสนเทศสู่ชุมชน ให้มีแผนงาน เป้าหมายให้ชุมชนประยุกต์เทคโนโลยีเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยส่วนกลางคอยเป็นที่ปรึกษา โดยอาจตั้งหน่วยงานคอยสนับสนุนเป็นที่ปรึกษา
5.     เปิดโอกาสให้แต่ละชุมชนได้เรียนรู้วัฒนธรรมถิ่น แลกเปลี่ยนสินค้าระดับปฐมภูมิ มีกิจกรรมร่วมกันอย่างต่อเนื่อง 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น